Health

  • รวมแอพฯ เพิ่มทางเลือก รับบริการการแพทย์ ในไทย

    รวมแอพฯ เพิ่มทางเลือก รับบริการการแพทย์ ด้วย ‘แพทย์ทางไกล’ ในไทย

    แม้ว่าในปัจจุบัน การแพทย์ทางไกลนั้น จะยังไม่สามารถ เข้ามาทดแทนการรักษา ในสถานพยาบาลได้ก็ตาม แต่สิ่งนี้ ก็ถือเป้นตัวเลือกใหม่ๆ ที่ค่อนข้างดี สำหรับผู้ป่วยจะได้ใช้รักษาอาการเจ็บ และดูแลสุขภาพได้ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปรอคิวรักษา ให้เสียทั้งเงิน และเวลา ทำให้ผู้ป่วยในต่างจังหวัด สามารถเข้าถึง การรักษาได้มากขึ้น

    ในขณะเดียวกัน ยังช่วยลดภาระของเหล่า บุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย และวันนี้เราจึงขอถือโอกาส ในการแนะนำเหล่า แอพพลิเคชั่น ที่ใช้เพื่อให้บริการ การแพทย์ทางไกล โดยเปิดบริการแล้วในเมืองไทย และนี้ก็คือตัวอย่างอันเป็น รูปธรรม ของการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุคใช้เพื่อข่วยเหลือชีวิต ของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

    ChiiWii เปิดให้บริการปี 2560 บริการ: ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ (เน้นสุขภาพผู้หญิง แม่และเด็ก สุขภาพจิต และการดูแลสุขภาพกายของคนในครอบครัว) อัตราค่าบริการ: มีหลายแพ็คเกจ ขั้นตอนการให้บริการ: ค้นหาหมอ ทำนัดหมาย แล้วเลือกรับบริการผ่านแชท โทรศัพท์ หรือ vdo call

    ที่มา: เว็บไซต์ทางการระบุว่า เห็นข้อมูลการแพทย์ที่ท่วมออนไลน์แล้ว ไม่แน่ใจว่าอันไหนจริง-เท็จ ความเชื่อ หรือโฆษณา จึงทำเว็บบอร์ดขึ้นมาถามตอบปัญหาสุขภาพ ก่อนจะพัฒนาเป็นแอพฯ

    แพทย์ทางไกล
    See Doctor Now

    เปิดให้บริการปี 2560 บริการ: ปรึกษาแพทย์ อัตราค่าบริการ: รายปี 2,990 ปี ไม่จำกัดครั้ง รายครั้ง 490 บาท/10 บาท ขั้นตอนใช้บริการ: พิมพ์บอกอาการเบื้องต้น คุยกับพยาบาลวิชาชีพที่จะเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญให้ผ่าน vdo call หลังจากนั้นจะมีการสรุปข้อมูลอาการเจ็บป่วยพร้อมคำแนะนำ

    ที่มา: เว็บไซต์ทางการให้ข้อมูลว่า จากงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์แผนกฉุกเฉินราว 70% ไปโดยไม่จำเป็น / ให้การปรึกษาแพทย์ทำได้ง่ายขึ้น ทุกที่ทุกเวลา / วางตัวเองเป็น ‘ผู้ช่วยเพิ่มเวลา’ ให้กับแพทย์’ ทำงานได้จากบ้านไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

    Ooca

    เปิดให้บริการปี 2560 บริการ: ปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา อัตราค่าบริการ: เริ่มต้น 1,000 บาท/30 นาที ขั้นตอนการให้บริการ: นัดวันเวลาที่สะดวก ผู้ให้บริการจะติดต่อไปผ่าน vdo call ที่มา: ทพญ.กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้ก่อตั้งบอกว่า Ooca เกิดขึ้นมาได้ เพราะมีกำแพงใหญ่กั้นระหว่างประชาชนกับจิตแพทย์ เลยอยากทำช่องทางให้การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตง่ายขึ้น

    Raksa

    เปิดให้บริการปี 2561 บริการ: ปรึกษาแพทย์ อัตราค่าบริการ: ตามระยะเวลาที่ขอปรึกษาแพทย์ 15 นาที 30 นาที 45 นาที 60 นาที ขั้นตอนการให้บริการ: ดูว่าหมอคนไหนออนไลน์ทักเข้าไปขอคำปรึกษาได้ทันที (แยกความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น สูตินารีแพทย์ กุมารแพทย์ อายุรแพทย์) หรือถ้าหมอที่อยากพบออฟไลน์อยู่ก็นัดหมายเวลาได้ /

    รูปแบบการขอคำปรึกษามีทั้งแชท โทรคุย vdo call / มีบทความเกี่ยวกับสุขภาพ และให้บริการซื้อยาส่งถึงบ้านภายใน 2 ชั่วโมง ที่มา: กวิน อัศวานันท์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตามสถิติผู้ป่วย 40% ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาลด้วยซ้ำ หมอจำนวน 3 หมื่นคนมีเวลาไม่พอจะตรวจคนไข้ทั้งหมด คนไทยบางส่วนชอบใช้วิธีค้นหาชื่อโรคจากอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจผิดพลาด จึงใช้เทคโนโลยีมาช่วย

    Doctor A to Z

    เปิดให้บริการปี 2562 บริการ: ปรึกษาแพทย์ นัดหมายโรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์อื่นๆ อัตราค่าบริการ: เฉพาะปรึกษาแพทย์มีแพ็คเกจ 3 ครั้ง/750 บาท 7 ครั้ง/1,500 บาท 12 ครั้ง/2,500 บาท ขั้นตอนการให้บริการ: นัดหมายรับบริการที่โรงพยาบาล หรือนัดหมายหมอเพื่อ vdo call ปรึกษาอาการเจ็บป่วย โดยจะต้องกรอกอาการป่วยแล้วรอหมอติดต่อกลับ

    ที่มา: นพ.อนุชา พาน้อย ผู้ก่อตั้ง มีความตั้งใจ อยากให้ทุกคนมี ‘โอกาส’ เข้าถึงแพทย์ได้ดีที่สุด ง่ายที่สุด รวดเร็วที่สุด และไม่มีค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปโดยใช้เทคโนโลยี

    Samitivej Virtual Hospital

    เปิดให้บริการปี 2562 บริการ: ให้คำแนะนำและบริการทางการแพทย์ (ไม่ถือเป็นการรักษา) อัตราค่าบริการ: 500 บาท/15 นาที ขั้นตอนใช้บริการ: ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า พบพยาบาลประเมินอาการ แล้วค่อยพบแพทย์เฉพาะทางผ่านทาง vdo call ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไข้ของ รพ.สมิติเวชมาก่อน / มีบริการจัดส่งยาผ่าน LINE MAN ถึงบ้าน และบริการเจาะเลือดนอกสถานที่

    ที่มา: นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้แบบ real-time มุ่งให้เกิดความสะดวกสบายสำหรับผู้รับบริการเป็นสำคัญ

    Doctor Anywhere Thailand

    เปิดให้บริการปี 2563 บริการ: ปรึกษาแพทย์ ขั้นตอนใช้บริการ: วางตัวเองเป็น ‘คลินิกออนไลน์’ ปรึกษาแพทย์ที่ออนไลน์อยู่ตอนนั้น หรือนัดหมายแพทย์ที่ออฟไลน์ภายหลัง ผ่านทาง vdo call และรับยาภายใน 3 ชั่วโมง (สำหรับผู้ป่วยในเขต กทม.) ถ้าอาการหนักแพทย์จะแนะนำไปให้โรงพยาบาล ที่มา: สตาร์ตอัพสิงคโปร์มาลงทุนในไทย

    Siriraj Connect

    เปิดให้บริการปี 2563 บริการ: พบแพทย์ออนไลน์ (ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยที่นัดติดตามอาการต่อเนื่องเท่านั้น) อัตราค่าบริการ: เช่นเดียวกับการมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ยกเว้นถ้ามีจัดส่งยาทางไปรษณีย์เสียเงินเพิ่ม 150 บาท ขั้นตอนใช้บริการ: แอดไลน์โรงพยาบาลศิริราช แล้วรอแพทย์ติดต่อด้วย vdo call หาผ่านไลน์

    จะได้คุยกับแพทย์ที่ห้องตรวจ 1 ครั้ง กรณีมีการจ่ายเงินจะได้คุยกับเภสัชกรอีก 1 ครั้ง ที่มา: เริ่มทดลองใช้ในช่วง COVID-19 เพราะการเดินทางมาโรงพยาบาลอาจมีความเสี่ยงทำให้ติดเชื้อ ทั้งนี้ ในปี 2563 แพทยสภาได้ออกประกาศมากำหนดเกณฑ์ การให้บริการการแพทย์ทางไกล หรือโทรเวช (telemedicine) และคลินิกออนไลน์

    ขณะที่คณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เพิ่งเชิญผู้เกี่ยวข้องไปหารือถึงอนาคตของ telemedicine ในไทย โดยว่ากันว่า ในอนาคตอาจจะมีการออกกฎหมายว่าด้วย ‘การแพทย์ทางไกล’ หรือ telemedicine โดยเฉพาะ

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thematter.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : trcbet365.net

Economy

  • เงินบาท (2 พ.ย.) เปิด 37.76 บาท/ดอลลาร์ จับตาคืนนี้
    เงินบาท (2 พ.ย.) เปิด 37.76 บาท/ดอลลาร์ จับตาคืนนี้

    เงินบาท (2 พ.ย.) เปิด 37.76 บาท/ดอลลาร์ จับตาคืนนี้ผลประชุมเฟด ตลาดเงินผันผวนสูง

    นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 2 พ.ย.65 ที่ระดับ 37.76 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 37.74 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 37.65-37.95 บาทต่อดอลลาร์

    ทั้งนี้ผู้เล่นในตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS Job Openings) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 10.7 ล้านตำแหน่ง สวนทางกับคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าจะลดลงสู่ระดับ 9.85 ล้านตำแหน่ง สะท้อนภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและอาจทำให้เฟดไม่สามารถชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างที่ตลาดคาดหวัง ซึ่งความไม่แน่นอนว่าเฟดอาจจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย

    รวมถึงรายงานผลประกอบการแย่กว่าคาดของบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ ยังคงกดดันให้ผู้เล่นในตลาดเดินหน้าขายหุ้นกลุ่มดังกล่าว นำโดย Amazon -5.5%, Alphabet -4.3% กดดันให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq สหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่อง -0.89% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.41% ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน (Exxon Mobil +1.0%, Chevron +0.7%) ตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังผู้เล่นในตลาดคาดหวังว่า ทางการจีนอาจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ในช่วงต้นปีหน้า

     

    ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป เดินหน้าปรับตัวขึ้น +0.58%

    หนุนโดยความหวังว่าทางการจีนอาจผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ในช่วงต้นปีหน้า ทำให้บรรดาหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากจีนต่างปรับตัวขึ้น อาทิ Hermes +3.0%, Kering +2.8% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นพลังงาน (Total Energies +2.5%, BP +1.4%) เช่นเดียวกันกับในฝั่งสหรัฐฯ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบเงินบาท (2 พ.ย.) เปิด 37.76 บาท/ดอลลาร์ จับตาคืนนี้

    ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.05% หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ทั้งยอดการเปิดรับสมัครงานและดัชนี PMI ภาคการผลิต ต่างออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเริ่มไม่มั่นใจว่า เฟดจะสามารถชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้ หากภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ชะลอตัวลงหนัก ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ระยะสั้นและระยะยาวอาจแกว่งตัว sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ มุมมองของเฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ในช่วงการแถลงต่อสื่อมวลชน (Press Conference) ของประธานเฟด หลังประกาศผลการประชุมเฟดเดือนพฤศจิกายน

    ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ก่อนที่จะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) สามารถพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 111.5 จุด อีกครั้ง อนึ่ง แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดจะยังไม่กล้าอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว แต่การพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) แกว่งตัวใกล้ระดับ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งคาดว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด ก่อนที่จะมีการปรับสถานะถือครองทองคำที่ชัดเจนอีกครั้ง

    สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์สำคัญ

    คือ การประชุม FOMC (ทราบผลการประชุมในช่วงเวลา 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ ตามเวลาในประเทศไทย) โดยเราคาดว่า เฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย +75bps สู่ระดับ 4.00% ตามที่ตลาดได้คาดการณ์และรับรู้ไปมากแล้ว เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยรวมยังคงตึงตัวและแข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยของเฟดจากถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วง Press Conference (เวลา 01.30 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ ตามเวลาในประเทศไทย) ซึ่งต้องระวังความผันผวนในตลาดการเงินที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะตลาดอาจปิดรับความเสี่ยง เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้น หากประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเฟดอาจพิจารณาปรับลดอัตราการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป หรือไม่ได้ส่งสัญญาณว่าบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่างกังวลผลกระทบจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเศรษฐกิจมากขึ้น

    สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า แม้ว่าเงินบาทจะปรับตัวแข็งค่ามากกว่าที่เราคาดในวันก่อนหน้า จากแรงหนุนของการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ในวันก่อน รวมถึงความหวังการผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID ในจีน, การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่ซื้อหุ้นไทยสุทธิกว่า +6.1 พันล้านบาท ทว่า ปัจจัยหนุนเงินบาทอาจเริ่มลดลงได้ หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มไม่มั่นใจว่า เฟดอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้ตามคาด หากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ชะลอตัวลงหนัก

    ซึ่งมองว่า ควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจสูงขึ้นในช่วง Press Conference ของประธานเฟด (เราคาดว่า ตลาดไม่น่าจะตื่นเต้นกับผลการประชุมเฟดมากนักและตลาดรับรู้ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย +0.75% ไปมากแล้ว) หากประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงแนวโน้มการชะลออัตราการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต หรือไม่ได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้น ทำให้เงินบาทอาจพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้บ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์

    อนึ่ง การแข็งค่ามากกว่าคาดของเงินบาทในวันก่อนหน้า ทำให้โซนแนวรับของเงินบาทจะอยู่ที่ 37.60-37.70 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่โซนแนวต้านของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 38.20-38.30 บาทต่อดอลลาร์ หากเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุระดับ 38.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ ซึ่งเรามองว่า มีโอกาสที่เงินบาทอาจอ่อนค่าใกล้ระดับ 38.00 บาทต่อดอลลาร์ หากตลาดผันผวนสูงขึ้นตามคาดในช่วง Press Conference ของประธานเฟด

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : trcbet365.net